ยินดีต้อนรับสู่เกาะลันตา
ฤดูกาลท่องเที่ยวในเกาะลันตาเริ่มจากเดือนตุลาคมถึงสิงหาคม ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมีมากในเดือนธันวาคมถึงมีนาคม มีผู้มาเที่ยวนอกฤดูท่องเที่ยวมากขึ้นและ รีสอร์ทหลายแห่งเริ่มเปิดตลอดปี ในช่วงฤดูฝนตั้งแต่กันยายน-ตุลาคม อาจมีฝนตกหนักติดต่อกันหลายชั่วโมงหรือบางครั้งก็อาจเป็นหลายวัน
มีชายหาดที่งดงาม 9 แห่งทางฝั่งตะวันตกของเกาะลันตา ตั้งแต่ทิศเหนือจรดใต้ยาว 25 ก.ม. ปลายสุดด้านทิศเหนือของเกาะซึ่งจะเป็นหาดคลองดาวและหาดพระแอะนั้นเป็นเขตที่พัฒนามากที่สุด มีรีสอร์ทและบริการต่างๆเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวมากมาย (แม้ในช่วงที่นักท่องเที่ยวมากที่สุดของปี หาดเหล่านี้ก็ไม่เคยแออัด)
ยิ่งท่านเดินทางไปทางใต้ของเกาะ (ซึ่งมีอุทยานแห่งชาติอยู่ที่ท้ายเกาะ) มากเท่าใด ชายหาดก็จะยิ่งเงียบสงบมากยิ่งขึ้น มีบริการทางการเงิน ตู้เอทีเอ็ม, ออฟฟิศทัวร์ ไว้คอยให้บริการในทุกหาด
คำว่า ลันตา และความหมาย
เกาะลันตาได้ชื่อนี้มาอย่างไร ? คำว่า ลันตา หมายถึงอะไร ? ยังไม่มีการพิสูจน์ได้แน่ชัดว่าดั้งเดิมนั้นชื่อนี้มาจากไหน แต่มีการนำเสนอที่น่าสนใจหลายข้อ ข้อแรกนั้นคือชื่อนี้มาจากคำว่า ลันตา ภาษาชวา หมายถึงตะแกรงที่ใช้ตากปลา นี่เป็นวิธีการเก็บรักษาอาหารที่ยังคงใช้กันอยู่โดยชาวประมงที่ลันตาในทุกวันนี้
อีกแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือคือคำดั้งเดิม ปูเลาลันตั๊ก หรือ ปูเลาซาทัค มีรากศัพท์มาจากภาษามาเลย์แปลว่า เกาะที่มีภูเขาเป็นแนวยาว จากการตรวจสอบเอกสารเก่าโบราณของนักประวัติศาสตร์นำเสนอข้ออ้างที่ว่า แผนที่ทางทะเลจากอาหรับยุคนั้นแสดงว่าเกาะนี้รู้จักในครั้งแรกในชื่อ จานุบลันตา แปลว่าลันตาใต้ และแหล่งข้อมูลอื่นๆระบุว่าคำว่า ลานตา คือชื่อดั้งเดิมของเกาะ ซึ่งมาจากคำในภาษาไทยแปลว่า ตาพร่า เนื่องจากฝุ่นที่เกิดจากเปลือกหอยบนชายหาดมากมาย
ชื่อเกาะได้รับการตั้งอย่างเป็นทางการว่า ลันตา เมื่อประมาณหนี่งร้อยปีก่อน ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) ในช่วงเวลานี้เช่นกัน ที่นายอำเภอคนแรกของเกาะลันตาได้รับการเลือกสรรขึ้น ที่ทำการอำเภอแห่งแรกซึ่งสร้างขึ้นเป็นทรงไทย คือบ้านไม้สองชั้นซึ่งยังคงมีอยู่ที่เมืองเก่าในทุกวันนี้
รายละเอียดของเกาะลันตา
หมู่บ้านชาวเลทางใต้สุดของชายฝั่งตะวันออกแสดงให้เห็นถึงชีวิตความเป็นอยู่ของชนดั้งเดิมกลุ่มนี้ซึ่งหลายคนยังคงใช้ชีวิตแบบเร่ร่อนอยู่ในทะเล หมู่บ้านแห่งนี้ประกอบด้วยบ้านหลังเล็กๆซึ่งผู้คนใช้ชีวิตอยู่เป็นส่วนตัว หากคุณโชคดีก็อาจได้เห็นกรงดักปลาที่ใช้ที่นี่ซึ่งสร้างอย่างแข็งแรงขนาด 1 x 2 x 3 เมตรและมีประตูทางเข้า มันจะถูกนำไปยังที่ๆมีปลาชุกชุม พวกเขาดำลงไปถึงก้นทะเลและผูกมันไว้กับหินเพื่อไม่ให้มันลอยไป (ทั้งหมดนี้ทำโดยไม่ใช้อุปกรณ์ดำน้ำเลย)
เมื่อเดินตามลำธารเล็กๆไปตามเส้นทางที่น่าเพลิดเพลินในป่าก็จะไปถึงน้ำตกใกล้หาดคลองจาก - ทางตอนใต้ / ซึ่งในฤดูแล้งจะเหลือเพียงน้ำโปรยปรายเล็กน้อย ทว่าสระใสสะอาดเบื้องล่างยังคงเหมาะที่จะลงแช่ให้คลายร้อน เส้นทางนั้นเดินทางได้สะดวกและใช้เวลาเพียง 45 นาทีเท่านั้น ซึ่งคุณสามารถจ้างมัคคุเทศก์นำทางได้ในราคาไม่แพงที่ร้านกาแฟตรงจุดที่ถนนบรรจบข้ามลำธาร เมื่อเดินย้อนผ่านถนนไปตามลำธารจนถึงหาดคลองจาก หนึ่งในหลายหาดที่งดงามของเกาะลันตา
เพื่อหลบแดด น่าจะปีนเขาขึ้นไปยังถ้ำไม้แก้วที่โด่งดัง เลี้ยวขวาจากถนนลาดยางหลังจากผ่านมัสยิดมา แล้วไปเรื่อยๆจนเห็นที่จอดรถ คนนำทางจากครอบครัวซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินที่นั่นจะพาคุณเดินผ่านสวนยางพาราและป่า ข้ามสะพานเชือกไปยังทางเข้าถ้ำ
ภายในถ้ำประกอบไปด้วยห้องต่างๆซึ่งมีหินงอกหินย้อยและหินซึ่งก่อตัวเป็นรูปต่างๆสวยงามมาก อาจต้องไต่บันไดเชือกขึ้นๆลงๆบ้างแต่ไม่ลำบากจนเกินไปนัก เมื่อคุณพบผู้คนที่เสื้อผ้าเปื้อนโคลนแต่ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มกว้างละก็ พวกเขาเพิ่งกลับจากถ้ำมาละ
อุทยานแห่งชาติทางน้ำเกาะลันตาอยู่ที่ปลายสุดทางด้านใต้ของเกาะ ที่อุทยานมีพื้นที่สำหรับปิกนิกพร้อมห้องน้ำและห้องอาบน้ำ หาดสวยงามและเส้นทางเดินป่าที่น่าสนใจเริ่มต้นจากสำนักงานของอุทยาน ประภาคารที่เล็กๆที่จุดด้านทิศใต้นั้นเหมาะสำหรับการชมวิวชายฝั่งในมุมกว้าง นำอาหารเพื่อปิกนิกไปเองเครื่องดื่มเย็นๆมีให้บริการที่นั่นเสมอ
หมู่เกาะ

หมู่เกาะลันตาครอบคลุมพื้นที่กว่า 180 ตารางกิโลเมตร มีเกาะทั้งหมด 52 เกาะ หมู่เกาะแห่งนี้ได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติหมายเลข 62 ในปี ค.ศ.1990 (พ.ศ.2533) ด้วยจุดประสงค์เพื่อปกป้องสภาพแวดล้อมที่เปราะบางตามแนวชายฝั่ง
หมู่เกาะแห่งนี้ประกอบด้วยหมู่เกาะเล็กๆสี่แห่งกล่าวคือ : หมู่เกาะไหง (ไห), หมู่เกาะรอก, หมู่เกาะห้า และหมู่เกาะลันตา เกาะเหล่านี้ประกอบไปด้วยโตรกผาหินปูน ป่าฝนและขุนเขา และเพราะมีลำธารธรรมชาติมากมายจึงมีแหล่งน้ำจืดพอเพียงตลอดปีสำหรับป่าและชีวิตสัตว์ในธรรมชาติทำให้ป่าเขียวชอุ่มตลอดทั้งปี การรักษาผืนป่าและป่าโกงกางและแนวเทือกเขาทำให้เกาะลันตาใหญ่มีเสน่ห์ดึงดูดผู้คน
80 % ของหมู่เกาะนั้นอยู่ในทะเลและได้รับการคุ้มครองดูแลจากอุทยาน ทำให้ปะการังและชีวิตสัตว์และพืชใต้น้ำยังคงความงดงามอยู่ การดำน้ำลึกและการดำที่ผิวน้ำภายในพื้นที่นี้จะทำให้พบความงดงามแปลกตาไม่เหมือนที่อื่นใด
เกาะลันตาใหญ่นั้นเป็นเกาะลักษณะเรียวยาว ความกว้าง 6 ก.ม. และยาว 40 ก.ม. แนวภูเขาทอดยาวจากเหนือจรดใต้กว่า 30 ก.ม. สำนักงานอุทยานแห่งชาติตั้งอยู่ที่ปลายสุดทางใต้ของเกาะ และเป็นจุดที่เหมาะมากสำหรับนักดูนกและนักเดินป่า
ชายฝั่งตะวันออกของเกาะลันตามีรีสอร์ทที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายและเป็นศูนย์กลางของการเดินทางไปมาในหมู่เกาะนี้ เกาะอื่นๆนั้นยังขาดที่พักที่มีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครันยกเว้นที่เกาะไหง (ไห)
อากาศและสภาพภูมิอากาศ
สภาพอากาศบนเกาะลันตานั้นเป็นลักษณะภูมิอากาศแบบเขตมรสุมเขตร้อน ลมมรสุมเปลี่ยนทิศทางปีละสองครั้ง ครั้งหนึ่งจากตะวันตกเฉียงใต้ และอีกครั้งจากตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งทำให้เกาะลันตามีเพียงสองฤดูกาลเท่านั้นคือ ฤดูร้อนและฤดูฝน ฤดูท่องเที่ยวของเกาะลันตาเริ่มจากเดือนตุลาคมไปถึงพฤษภาคม ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมากันในเดือนพฤศจิกายน จนถึงมีนาคม อุณหภูมิบนเกาะไม่เปลี่ยนแปลงนักตลอดปี คือที่ 32 34 องศาเซลเซียสในตอนกลางวัน และ 20 25 องศาเซลเซียสในตอนกลางคืน อุณหภูมิในทะเลตามปกติอยู่ที่ 28 30 องศา ตลอดปี
ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้นำฝนมาสู่เกาะในช่วงฤดูกาลที่นักท่องเที่ยวน้อย แนวภูเขาของเกาะลันตากั้นฝนไว้และช่วยให้ป่าฟื้นตัวทางฝั่งตะวันตกรวมทั้งช่วยเติมอ่างเก็บน้ำด้วย นี่เป็นช่วงเวลาของการฟื้นฟูและสร้างชีวิตใหม่ของอุทยานเกาะลันตา ส่วนที่อีกฟากของภูเขานั้น ปริมาณฝนที่น้อยกว่ากลับไม่ได้กระทบการเจริญเติบโตของป่าโกงกางและชีวิตต่างๆในทะเลเลย
เส้นทางการค้า
ประวัติของเกาะลันตามาจากบรรดาพ่อค้าที่เดินทางทางเรือมาจากจีนและแถบอาหรับซึ่งดั้งเดิมนั้นใช้เกาะแห่งนี้เป็นจุดแวะพัก ที่จริงเมืองเก่าของเกาะลันตาทางฝั่งตะวันออกของเกาะยังคงเป็นบ้านของพ่อค้าชาวจีนรุ่นแรกๆที่มาที่เกาะนี้ ก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ศาลาด่านที่สุดปลายด้านเหนือของเกาะนั้นเป็นจุดตรวจสำหรับเรือที่จ่ายภาษีทุกลำที่จะไปคาบสมุทรมลายู
ประชากรในเกาะลันตา
เกาะลันตาเป็นที่พำนักของกลุ่มชนต่างวัฒนธรรมสามกลุ่ม คือพวกชาวเล กลุ่มชนไทยมุสลิมและกลุ่มคนไทยเชื้อสายจีน ทุกกลุ่มล้วนมีความอบอุ่นแบบที่รู้จักกันในท้องถิ่นว่า เสน่ห์เกาะลันตา พวกเขาอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสงบและกลมกลืนมาเป็นเวลาหลายร้อยปีในชุมชนผสมผสานทั่วเกาะแห่งนี้ ทุกวันนี้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่แทบไม่อาจแยกออกได้เลยว่ากลุ่มไหนเป็นกลุ่มไหน
พวกชาวเล กลุ่มชนมาเลย์อพยพซึ่งเปลี่ยนจากการนับถือผีสางเทวดาตามคติความเชื่อโบราณมาเป็นการนับถือศาสนาอิสลามได้ปรับศาสนาใหม่นี้ให้เข้ากับวิถีวัฒนธรรมของตน ผู้มาตั้งรกรากเหล่านี้ หลายคนมาจากสายบุรีและนครศรีธรรมราช เรียกตัวเองว่า โอรังลอนตา โอรังเป็นคำภาษามาเลย์แปลว่า ผู้คน และแผนที่มาเลย์เก่าระบุว่าเกาะนี้ชื่อ ปูเลา ลอนตา
พ่อค้าชาวจีนมาถึงเกาะเมื่อกว่า 100 ปีก่อนในช่วงการปฏิวัติในจีนซึ่งประธานเหมาเจ๋อตงเข้ายึดอำนาจ พวกเขาหนีไปตามท่าเรือซึ่งเป็นจุดการค้าทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (รวมทั้งเกาะลันตา) จากกวางตุ้ง, เกาะไหหลำและซัวเถาในประเทศจีน ทุกวันนี้พวกเขายังคงพำนักอยู่บนเกาะโดยเป็นเจ้าของธุรกิจ ชาวสวนและชาวประมง
ชาวทะเลเร่ร่อน
ชาวทะเลเร่ร่อน (ชาวเล) มาถึงเกาะลันตาเมื่อกว่า 500 ปีก่อน โดยมีภาษาของตนเอง มีระบบสังคมแบบมีผู้หญิงเป็นผู้นำและถือคติความเชื่อถือในผีสางเทวดา ทุกวันนี้พวกเขาพยายามดิ้นรนเพื่อรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมของตน ท่ามกลางกระแสการท่องเที่ยวที่เจริญเติบโตขึ้นและอิทธิพลของวัฒนธรรมตะวันตก
ชาวทะเลเร่ร่อนมาที่นี่ในฐานะชาวเรือเร่ร่อนจากอินโด - มาเลย์ด้วยวิถีชีวิตในการจับปลายังชีพ ทุกวันนี้หลายคนมีที่ดิน มีนามสกุล มีสถานะความเป็นพลเมืองในประเทศไทย
ชาวเลที่นี่มาจากเผ่าที่ชื่อ อูรัก ลาวอย ซึ่งตามตำนานท้องถิ่นนั้นเป็นญาติกับมอร์แกน ชนอีกเผ่าของชาวทะเลเร่ร่อนที่หมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา / ทั้งสองกลุ่มนี้อพยพมาตามแนวชายฝั่งของสายบุรี ซึ่งบัดนี้คือรัฐเคด้าห์ของมาเลเซีย และแยกย้ายกันตั้งรกรากตามเกาะต่างๆในทะเลอันดามัน
ยังคงมีหมู่บ้านชาวเลสองหมู่บ้านอยู่ห่างกันไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตรที่ชายฝั่งด้านตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะ มีพิพิธภัณฑ์ชาวเลเล็กๆและเป็นส่วนตัวแห่งหนึ่งชื่อ บ้านชาวเล อยู่ใกล้ๆ / เป็นพื้นที่ติดทะเลโดยมีอาคารหลายหลังอยู่ท่ามกลางป่าโกงกางใกล้เมืองเก่าลันตา เป็นที่ซึ่งใช้เป็นทั้งศูนย์ให้ความรู้สำหรับนักท่องเที่ยวและสถานที่ๆชาวเลใช้แสดงเครื่องประดับและเครื่องดนตรีของพวกเขา |